อธิบายภาพถ่ายจากดาวเทียม
ภาพถ่ายแบบเห็นด้วยตา (Visible images)

ภาพถ่ายดาวเทียมแบบเห็นด้วยตาของเมฆพายุฟ้าคะนอง (cumulonimbus cloud or thunderstorm cloud) ที่มีเมฆฝอย (cirrus) พุ่งออกทางด้านบนบริเวณส่วนรูปทั่ง (anvil) จากรูปจะสามารถทราบได้ว่า ลมระดับสูงพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้
ดาวเทียมชนิดนี้จะวัดการสะท้อนของแสงจากดวงอาทิตย์ ที่เกิดจากก้อนเมฆ และพื้นผิวโลก ในบริเวณพื้นน้ำจะดูดกลืนแสงจากดวงอาทิตย์มากกว่า (จึงสะท้อนแสงออกมาน้อยกว่า) ดังนั้นบริเวณพื้นน้ำจึงปรากฏเป็นสีเข้ม (ดำ) จำนวนเปอร์เซนต์ของแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากพื้นแผ่นดิน จะเรียกว่า surface albedo ค่า albedo ของแผ่นดินจะอยู่ประมาณระหว่าง 10-30% ยกเว้นบริเวณที่ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งจะมีค่า albedo สูงกว่าพื้นดินส่วนอื่นอย่างมาก ค่า albedo ของเมฆโดยทั่วไปแล้วจะมีค่าสูง แต่ก็มีค่าเปลี่ยนแปลงไปได้ ขึ้นอยู่กับความหนาและองค์ประกอบของเมฆก้อนนั้น เมฆที่มีความหนามากจะมีค่า albedo สูง และแสดงออกมาเป็นสีสว่างมาก (ขาว) ในภาพจากดาวเทียม เมฆฝอย (cirrus clouds) จะมีค่า albedo ต่ำและโดยปกติแล้วจะมีสภาพกึ่งโปร่งแสง โครงสร้างของเมฆในภาพถ่ายดาวเทียมสามารถบอกนักอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับ สภาพลักษณะอากาศโดยทั่วไปได้อย่างดี และการนำภาพดาวเทียมมาแสดงผลอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะของภาพเคลื่อนไหว (animations) จะบอกให้เราทราบถึงการเคลื่อนตัวของระบบอากาศ (weather systems)
ภาพถ่ายแบบวัดด้วยรังสีใต้แดง (Infrared images):
ดาวเทียมจะสามารถวัดอุณหภูมิของก้อนเมฆ และพื้นผิวโลกโดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับแบบรังสีใต้แดง (infrared sensor) อุปกรณ์นี้จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลง ของอุณหภูมิในก้อนเมฆและพื้นแผ่นดินในระหว่างเวลากลางวันและกลางคืน เมฆโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิที่เย็นกว่าพื้นดินและพื้นน้ำ อุณหภูมิของก้อนเมฆนี้ยังสามารถบอกให้ทราบถึงความสูง เหนือพื้นโลกของมัน เนื่องจากอุณหภูมิจะลดลงตามความสูงในชั้นบรรยากาศ เมื่อนักอุตุนิยมวิทยาได้ดำเนินการกับข้อมูลจากอุปกรณ์ infrared แล้ว จะแยกสีของเมฆที่มีอุณหภูมิสูง (ร้อน) กว่าเป็นสีเทา เมฆที่มีอุณหภูมิต่ำ (เย็น) กว่าจะมีสีขาวกว่า และเมฆที่มีอุณหภูมิต่ำมาก จะมีสีขาวสว่างมาก นักอุตุนิยมวิทยาอาจจะมีการใส่สีภาพถ่ายดาวเทียมแบบนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการตีความหมายมากขึ้น การแสดงด้วยสีนี้จะขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ผลิตภาพนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะแสดงค่าของสีไว้ในภาพด้วย

ภาพถ่าย infrared สีเทาแสดงว่ามีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ สีน้ำเงินเย็นกว่า ส่วนสีแดงแสดงก้อนเมฆบริเวณที่มีอุณหภูมิเย็นที่สุด ซึ่งจะอยู่สูงที่สุดด้วย และส่วนมากจะเป็นบริเวณที่เกิดฝนตก

ภาพถ่าย infrared สีดำแสดงว่ามีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ สีเทาเย็นกว่า ส่วนสีขาวจัดแสดงก้อนเมฆบริเวณที่มีอุณหภูมิเย็นที่สุด ซึ่งจะอยู่สูงที่สุดด้วย และส่วนมากจะเป็นบริเวณที่เกิดฝนตก
เมฆที่มีอุณหภูมิยิ่งต่ำจะยิ่งทำให้เกิดฝนมากขึ้น โครงสร้างอุณหภูมิของก้อนเมฆสามารถบอกนักอุตุนิยมวิทยาได้ว่า จะมีฝนตกหนักมากแค่ไหน และพายุนี้จะทำให้เกิดสภาพอากาศที่เลวร้ายมากขึ้นหรือไม่ ในพื้นที่ที่ไม่มีเมฆปรากฏ ดาวเทียมจะวัดอุณหภูมิของพื้นโลก ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งแผ่นดินและพื้นน้ำ ดังนั้นในภาพถ่ายด้วย infrared นี้ อุณหภูมิที่ร้อนกว่าจะเป็นสีเข้มกว่า ส่วนอุณหภูมิที่เย็นกว่าจะมีสีอ่อนกว่า และในภาพนี้ พื้นที่ซึ่งเป็นที่แห้งแล้งจะร้อน และแสดงด้วยสีเทาเข้ม ขณะที่ พื้นที่ซึ่งอยู่บริเวณละติจูดที่สูงกว่า (higher latitudes) โดยทั่วไปแล้วจะมีอุณหภูมิหนาวเย็นกว่าและแสดงด้วยสีอ่อนกว่า ภาพจาก infrared นี้ยังสามารถใช้ในการติดตามและแสดงผลค่าอุณหภูมิที่ผิวหน้าน้ำทะเล (Sea Surface temperature, SST) ได้อีกด้วย เนื่องจากประมาณ 70% ของพื้นผิวโลกเป็นพื้นน้ำ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ผิวหน้าน้ำทะเล (SST) เช่น ในปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโน (El Nino) และลานีนา (La Nina) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ด้านสภาวะอากาศของโลกอื่น ๆ อีก เช่น สภาวะแห้งแล้ง, การเกิดพายุหมุนในบริเวณเขตร้อน และน้ำท่วม
ภาพถ่ายปริมาณไอน้ำ (Water vapor images) :

ภาพถ่ายปริมาณไอน้ำในกระแสลมกรด (jet stream) เห็นได้จากบริเวณพื้นที่ซึ่งมีสีตัดกันของสีดำเข้มและสีที่สว่างกว่า
ภาพถ่ายดาวเทียมแบบนี้จะเป็นภาพชนิดพิเศษที่ได้จากการตรวจวัดอุณหภูมิของก้อนเมฆ และไอน้ำที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศ ที่ความสูงประมาณ 6 - 10 กม. เหนือพื้นดินด้วยอุปกรณ์ infrared ที่ความสูงระดับนี้ กรแสลมที่พัดปกคลุม เช่น กระแสลมกรด (jet stream) จะควบคุมการเคลื่อนตัวของสภาพอากาศไปรอบ ๆ โลก ภาพถ่ายไอน้ำจะจับภาพกระแสลมที่พัดปกคลุมนี้ (แถบสีดำเข้มที่แผ่ยื่นเป็นทางยาวออกไปในกลุ่มเมฆซึ่งเป็นบริเวณที่มีสีสว่างกว่า) "แนวมวลอากาศแห้ง" นี้จะเป็นตัวกั้นระบบความกดอากาศสูง (high pressure system) บริเวณสีดำเข้ม และสภาวะอากาศอื่น ๆ (รูปแบบของเมฆที่มีสีฟ้าถึงสีแดง) ออกจากกัน ซึ่งจากการศึกษาลักษณะอากาศเหล่านี้ และการติดตามสภาพของมันเป็นเวลานาน ๆ นักอุตุนิยมวิทยาจะสามารถให้การพยากรณ์อากาศที่ถูกต้องแม่นยำได้มากขึ้น
เรียบเรียงโดย: น.อ.กตัญญู ศรีตังนันท์ รน. (ksritang@navy.mi.th)
Relate topics
- สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gases) ในบรรยากาศ เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรื
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว หลักฐานคือการละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลก การฟอกขาวของปะการัง ระดับน้ำทะเลท
- ปริศนา เมฆจานบินปริศนา เมฆจานบิน ฝรั่งชาวบ้านเรียกเมฆแบบนี้ว่า
- ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา (Meteorological Satellite) ติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพบรรยากาศโลกจากมุมสูงระยะทางไกล ทำให้มองเห็นภาพรวมของสภาพอากาศซึ่ง
- นิทานพื้นบ้านนานาชาติและความเชื่อเก่า ๆ แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยานิทานพื้นบ้านนานาชาติและความเชื่อเก่า ๆ แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยา เรามีนิทานพื้นบ้านนานาชาติและความเชื่อเก่า ๆ ในการพยากรณ์อากาศ โดยใช้ลักษณะของธรรม
- Surge น้ำเอ่อล้นฝั่งและคลื่นซัดฝั่งSurge น้ำเอ่อล้นฝั่งและคลื่นซัดฝั่ง คำว่า Surge เป็นคำที่อาจไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยทั่วไป Surge เป็นปรากฏการณ์ที่ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ย
- ความหมายของคำพยากรณ์อากาศความหมายของคำพยากรณ์อากาศ ลักษณะของท้องฟ้า ฝนแบ่งตามพื้นที่ อุณหภูมิ ความสูงของคลื่น ลักษณะท้องฟ้า (แบ่งท้องฟ้าออกเป็น 8 ส่วน) ท้องฟ้าแจ่มใส ( Clear Sky )
- คลื่นพายุซัดฝั่ง "Storm Surge"คลื่นพายุซัดฝั่ง "Storm Surge" คลื่นพายุซัดฝั่ง คือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลแบบผิดปกติใกล้ชายฝั่งซึ่งสัมพันธ์กับระบบความกดอากาศต่ำของอากาศ และลมพัดแรง เนื่องจา
- ปรากฎการณ์เอลนีโญเอลนีโญ ความนำ เอลนีโญ เป็นคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ธรรมชาติทางสมุทรศาสตร์ มีหลักฐานแสดงว่าเอลนีโญได้เกิดขึ้นนานนับพันปีมาแล้ว แม้แต่เอลนีโญที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 252
- สายพานลำเลียงแห่งมหาสมุทร (The Ocean Conveyor Belt)สายพานลำเลียงแห่งมหาสมุทร (The Ocean Conveyor Belt) ในห้วงมหาสมุทรของโลกนั้นมีสายพานการไหลเวียนของกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นหมุนเวียนไปทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราเรียกว่
