
รู้หรือไม่ การเลือกขนาดกล่องพัสดุมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้แล้ว ขนาดกล่ององพัสดุที่พอดีกับสินค้ายังมีส่วนช่วยป้องกันการชำรุดระหว่างขนส่งได้เป็นอย่างดี บทความนี้จะพาคุณมารู้วิธีการเลือกขนาดกล่องพัสดุ ว่าทำได้อย่างไรบ้าง และมีเคล็ดลับการเลือกกล่องพัสดุยังไง ไปดูกันเลย
ขนาดกล่องพัสดุ และความสำคัญในการเลือกใช้
ขนาดกล่องพัสดุนั้นมีความหลากหลาย และมีความสำคัญอย่างมากในการจัดส่งสินค้า ขนาดกล่องที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายของสินค้าในระหว่างการส่ง และลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเพราะขนาดที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ต้องจ่ายค่าจัดส่งที่สูงขึ้น โดยไซส์กล่องสามารถแบ่งเป็น 3 ขนาดหลัก ๆ คือ
- กล่องขนาดใหญ่: ขนาดประมาณ 100 × 30 × 30 ซม. เหมาะสำหรับบรรจุต้นไม้หรือสินค้าที่มีขนาดยาว
- กล่องขนาดกลาง: ขนาด 43.3 × 27.3 × 20.5 ซม. ใช้บรรจุผลไม้หรือสินค้าอื่น ๆ ที่มีขนาดเหมาะไม่ใหญ่มาก
- กล่องขนาดเล็ก: เช่น กล่องไดคัทหูช้าง ขนาด 33.3 × 25.5 × 6.5 ซม. โดยเหมาะสำหรับใส่ของขนาดเล็ก เช่น เครื่องประดับ
วิธีการเลือกขนาดกล่องพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกขนาดลังพัสดุต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน เพื่อให้ได้กล่องพัสดุที่ตอบโจทย์การบรรจุสินค้าก่อนส่งออก โดยมีปัจจัยดังนี้
- ลักษณะของสินค้าที่ต้องการจัดส่ง เช่น ขนาด น้ำหนัก และความเปราะบางของสินค้า ซึ่งการเลือกกล่องที่มีความเหมาะสมจะช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าสูญหายหรือเสียหาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีความไวต่อแรงกระแทก
- การพิจารณาใช้กล่องพัสดุแบบพิเศษ เช่น กล่องที่มีหน้าต่างหรือกล่องทรงยาว สำหรับสินค้าที่มีขนาดยาว แต่ไม่ได้ใหญ่มาก หรือกล่องพัสดุกันกระแทก สำหรับสินค้าที่แตกหักหรือชำรุดได้ง่าย
- ขนาดของกล่อง ไม่ควรเลือกกล่องที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพราะอาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายได้ระหว่างการขนส่ง
ขนาดกล่องพัสดุ แบ่งตามประเภทของกล่อง

กล่องพัสดุมีความหลากหลายทั้งในด้านขนาดและประเภท ซึ่งทำให้ผู้ส่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมของสิ่งของที่ต้องการส่ง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเทียบขนาดกล่องพัสดุประเภทต่าง ๆ ได้แก่
ขนาดกล่องไปรษณีย์
ขนาดกล่องไปรษณีย์มีขนาดหลากหลายและถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ขนาดกล่องพัสดุ A, B และ C
- กล่อง A ขนาด 20 × 14 × 6 ซม. ใช้สำหรับเอกสารหรืองานพิมพ์
- กล่อง B ขนาด 25 × 17 × 9 ซม. ใช้สำหรับส่งสินค้าขนาดกลาง
- กล่อง C ขนาด 30 × 20 × 11 ซม. เหมาะสำหรับสินค้าขนาดใหญ่
ไซส์กล่องพัสดุที่นิยม
ในตลาดปัจจุบัน ไซส์กล่องพัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ กล่องไซส์ S, M และ L โดยมีการแนะนำให้เลือกไซส์ที่เหมาะสมตามประเภทของสินค้า เช่น ไซส์ S จะใช้ส่งของที่เล็กและเบา ในขณะที่ไซส์ L จะเหมาะกับการส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของขวัญอย่างระดับกลาง ทำให้การแพ็คส่งของเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- กล่องไซส์ S ขนาด 33.3 × 25.5 × 6.5 ซม. ใช้สำหรับส่งสินค้าเล็ก ๆ
- กล่องไซส์ M ขนาด 43.3 × 27.3 × 20.5 ซม. เป็นไซส์ที่นิยมสำหรับสินค้าเกรดกลาง
- กล่องไซส์ LL ขนาด 104.5 × 51 × 25.5 ซม.
- กล่องไซส์ MM ขนาด 105 × 50.5 × 40 ซม. เพื่อการส่งพัสดุขนาดใหญ่
วิธีการเลือกกล่องพัสดุอย่างไรให้เหมาะสม
การเลือกกล่องพัสดุที่เหมาะสมกับสินค้าที่จะส่งนั้นมีความสำคัญอย่างมากพอ ๆ กับการเลือกขนาดของกล่องพัสดุเพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่บอบบางหรือมีมูลค่าสูง การพิจารณาเลือกกล่องที่ถูกต้องจะช่วยให้สินค้าถึงผู้รับอย่างปลอดภัย
การเลือกกล่องพัสดุ
ในการเลือกกล่องพัสดุ ควรพิจารณาจากประเภทของสินค้าที่จะส่งเป็นหลัก สำหรับสินค้าที่ไม่ทนทานหรือมีลักษณะพิเศษ ควรเลือกกล่องที่มีกระดาษหนา เช่น กล่องขนาด 0+4 ซึ่งเป็นกล่องที่ทำจากกระดาษอย่างหนาและมีความแข็งแรงมาก การเลือกขนาดกล่องจะต้องคำนึงถึงความกว้าง ความยาว และความสูงของสินค้าที่จะส่ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการชนหรือการกระแทกในระหว่างการขนส่ง
ขั้นตอนการวัดและการหาขนาดกล่อง
ในการวัดสินค้า ควรเริ่มจากการวัดความยาว ความกว้าง และความสูงของสินค้า และเพิ่มพื้นที่เล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการจัดเรียงภายในกล่อง การหาขนาดกล่องที่ต้องการนั้นควรใช้การวัดที่ถูกต้อง เช่น หากสินค้ามีขนาด 33.3 × 25.5 × 6.5 ซม. จะต้องเลือกกล่องที่มีขนาดพอเหมาะเพื่อให้สามารถบรรจุได้อย่างพอดี
เลือกขนาดกล่องพัสดุที่เหมาะสม ลดปัญหาสินค้าชำรุดระหว่างขนส่งได้
การเลือกขนาดกล่องพัสดุที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันสินค้าจากความเสียหายในระหว่างการขนส่ง การใช้ขนาดกล่องพัสดุขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กตามลักษณะของสินค้า เช่น ขนาดใหญ่เหมาะสำหรับสินค้าที่มีความยาว ขนาดกลางสำหรับสินค้าที่มีขนาดปกติ และขนาดเล็กสำหรับของชิ้นเล็ก จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยในสินค้าได้ นอกจากนี้ การใช้กล่องพิเศษยังตอบโจทย์สินค้าบางประเภท รวมถึงการคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ผลิตกล่อง เช่น กระดาษหนา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของการบรรจุ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อคุณภาพการส่งสินค้าและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างยิ่ง
