สะตอฟอร์ยู ::: สนับสนุนให้คนใต้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น!!!

คลังสมอง-น่ารู้-สัพเพเหระ

ชะงัด!!! ถอนพิษตะขาบและแมงป่อง สุดยอดภูมิปัญญาไทยโบราณ

by sator4u_team @September,01 2015 23.24 ( IP : 49...21 ) | Tags : คลังสมอง-น่ารู้-สัพเพเหระ

ตะขาบ (centipede)

จัดอยู่ในไฟลัมอาร์โธรพอด เป็นสัตว์กินเนื้อที่ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันมักหลบตามกองไม้ เศษใบไม้หรือตามเศษปะรักหักพังต่างๆ เหยื่อที่เป็นอาหารจะเป็นจำพวก จิ้งหรีด จิ้งจก และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ ลำตัวมีลักษณะแบนยาว กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาวตั้งแต่ 3-15 เซนติเมตร ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้องเรียงต่อกัน 10 ถึงมากกว่า100 ปล้อง และมีขามากกว่า 30 คู่ ตามขนาดลำตัว และสายพันธุ์ที่พบ

ตะขาบสามารถมีอายุได้มากกว่า 5 ปี และมีการลอกคราบเหมือนสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป โดยทั่วไปเรามักไม่พบตะขาบในเวลากลางวัน นอกจากรังของมันจะถูกรบกวนหรือถูกทำลาย เช่น การรื้อกองดิน กองไม้ หรือมักพบได้บ่อยในกรณีน้ำท่วม บางคนหลงเข้าใจผิดว่าหากตะขาบตัวขาดแล้วจะตายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ตัวจะถูกตัวขาดเป็น2 ท่อน แต่ส่วนหัวหรือส่วนหางก็สามารถเคลื่อนไหวได้ และอาจถูกต่อยหากเผอไปจับ


อาการของพิษ


โดยทั่วไปพิษของตะขาบไม่สามารถทำให้คนเราเสียชีวิตได้ แต่ทำให้เกิดอาการของพิษเล็กน้อยเท่านั้น ลักษณะของแผลที่ถูกตะขายต่อยจะมีลักษณะคล้ายเข็มแทง พิษของตะขาบประกอบด้วยสาร hydroxytryptamine หรือ cytolysin ที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการปวด ชา อักเสบ และบวม แดง บริเวณที่ถูกกัด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวเกิดการอักเสบ และขาดเลือด จนถึงทำให้เนื้อเยื่อตายในที่สุดหากไม่ได้รับการถอนพิษออก

ทั้งนี้ หากเกิดการต่อยในเด็ก อาการของพิษจะมีลักษณะบวมแดง และปวดมากกว่าผู้ใหญ่ จนอาจทำให้เกิดอาการเป็นไข้ร่วมด้วย นอกจากนั้น ยังมีรายงานทางการแพทย์ที่พบผู้เสียชีวิตจากการนำตะขาบทั้งตัวมา ดองเหล้าดื่ม และทำให้เกิดการเสียชีวิต เพราะเป็นสาเหตุให้อวัยวะภายในได้รับพิษโดยตรง และเกิดการล้มเหลวของการทำงานบริเวณอวัยวะ และบริเวณไกล้เคียง ซึ่งเป็นภาวะการเสียชีวิตจากอวัยวะภายในได้รับพิษ

การปฐมพยาบาล และการถอนพิษ


หากโดนตะขาบต่อยให้รีบทำการปฐมพยาบาลขั้นต้น ดังนี้ 1. ทำการล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาล้างแผล และประคบด้วยน้ำแข็ง 2. อาจใช้แก้ปวดรับประทาน โดยควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ในการกดประสาทรุนแรง 3. หากได้รับพิษมากหรือมีอาการปวดรุนแรง ให้รีบนำส่งแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

นอกจากนั้น มีรายงานการใช้สมุนไพรบางชนิดในการลดพิษ เช่น รางจืด น้ำมะนาว และยางมะละกอดิบที่สามารถลดพิษ และอาการปวดของพิษตะขาบได้

สำหรับรางจืดอาจใช้ใบหรือลำต้นบดหรือฝนให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อยประคบบาดแผล รวมถึงการต้มน้ำด่ืม ส่วนน้ำมะนาวควรใช้มะนาวพันธุ์ที่ให้รสเปรี้ยวจัด เพราะฤทธิ์ของกรดจะสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะของสารพิษได้

ส่วนยางมะละกอเป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์สามารถทำปฏิกิริยากับพิษได้เช่นกันจึงนิยมนำมาถอน และบรรเทาอาการของพิษต่างๆ สำหรับการใช้ทั้งน้ำมะนาว และน้ำยางมะละกอให้ใช้ทาบริเวณแผลโดยตรงเท่านั้น

การป้องกันพิษตะขาบ หลักการป้องกันพิษจากตะขาบที่สำคัญก็คือการระมัดระวังตัวจากตะขายนั่นเอง โดยเฉพาะการหยิบจับสิ่งของที่อยู่ในที่มิดมืด ในร่องในรูต่างๆ ที่อาจมีตะขาบอาศัยอยู่ รวมไปถึงการสวมใส่เสื้อผ้า รองเท้า หมวกหรือเครื่องสวมใส่ร่างกายต่างๆ ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนทุกครั้งหากจะสวมใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์สวมใส่ที่เก็บทิ้งไว้นานๆ

ในช่วงหน้าฝนหรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ควรต้องระวังในเรื่องสัตว์ที่มีพิษเป็นพิเศษ เพราะหากฝนตกหนักมักจะทำให้สัตว์มีพิษเหล่านี้หนีน้ำขึ้นหาที่สูงเพื่อหลบอาศัย โดยเฉพาะตามบ้านเรือนไกล้น้ำ ซึ่งจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง และสอดส่องเป็นพิเศษ


วิธีถอนพิษตะขาบ




พิษตะขาบต่อย ให้กรีดลูกมะละกอดิบ เอายางที่ไหลซึมออกมานั้น ปายลงที่แผลซึ่งถูกตะขาบต่อย อาการปวดจะหายในฉับพลัน




 คำอธิบายภาพ : 11953040_685884114876251_135096267806305434_n


แมงป่อง (Scorpion )



จัดเป็นสัตว์มีพิษ ที่มีมากกว่า 1,000 ชนิด (species) สามารถพบได้ในทุกประเทศทั่วโลก แมงป่องเป็นสัตว์ที่หากินในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันมักจะหลบซ่อนในที่มิดชิด เช่น ใต้กองไม้หรือตามรูในดิน การล่าของแมงป่องจะใช้ก้ามทั้งสองข้างในการจับเหยื่อ และคอยต่อสู้กับศัตรู โดยมีส่วนปลายของหางมีลักษณะคล้ายเข็ม ภายในจะมีรูเชื่อมต่อกับต่อมพิษไว้ป้องกันตนเองและล่าเหยื่อ โดยพิษจะถูกขับออกมาสู่เหยื่อขณะที่มีการใช้ปลายหางทิ่มแทงเหยื่อ การต่อยของแมงป่องในคนเราโดยส่วนมากจะมีแค่อาการปวดบริเวณที่ถูกต่อยเท่า นั้นไม่ถือเป็นพิษอันตรายมาก

แมงป่องบางชนิดมีพิษรุนแรงสามารถทำให้คนตายได้ ซึ่งจะมีบางชนิดเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในแถบอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกา เม็กซิโก และในเอเชียจะพบบางชนิดในจีน และเกาหลี ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังไม่เคยพบแมงป่องที่มีพิษทำให้คนตายได้ พบหลายพันธุ์ในชื่อต่างๆ เช่น แมงป่องช้าง (ลำตัวสีดำ ขุดรูในดินหรืออาศัยตามกองไม้) แมงป่องเปลือก(ลำตัวมีสีออกน้ำตาลคล้ายใบไม้หรือเปลือกไม้ อาศัยตามกองไม้) แมงป่องบ้าน (ลำตัวออกเหลืองหรือน้ำตาลค่อนข้างใส ตัวเล็ก ชอบอาศัยตามบ้านเรือน)

แมงป่องบ้าน มีลักษณะกล้ามเล็กกว่าหาง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าพิษของแมงป่องบ้านทำให้เกิดอาการพิษที่รุนแรงกว่าแมงป่อง 2 ชนิดที่กล่าวมา อาการที่เกิดจะมีลักษณะบวมแดง ปวดบริเวณจุดที่โดนต่อย และบริเวณข้างเคียง อาการปวดจะรุนแรง บางรายที่ได้รับพิษมาก โดยเฉพาะเด็ก อาจทำให้เกิดเป็นไข้ และมีอาการชัก

แมงป่องเป็นสัตว์ที่ชอบสถานที่มืด ไม่มีแสง ออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันชอบอาศัยอยู่ตามเศษกองไม้ ใบไม้ ช่องไม้ตามบ้านเรือน และอาจพบอาศัยตามเสื้อผ้าของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้น คนที่มักโดนต่อยส่วนมากจะพบว่ามีการโดนต่อยเมื่อสวมเสื้อผ้าหรือสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่รู้ตัวว่ามีแมงป่องหลบซ่อนอยู่

ในบางประเทศหรือบางท้องถิ่นมีการนำแมงป่องมารับประทานเป็นอาหาร เช่น ประเทศจีน รวมถึงเมืองไทยในบางท้องที่ด้วย เช่น ในภาคอีสานมีการรับประทานแมงป่องช้างที่จับได้ตามไร่นาด้วยการตัดบริเวณหางที่มีพิษออก แต่ก็มีบางรายที่รู้เท่าไม่ถึงการด้วยการนำมาดองเหล้าดื่มทั้งตัวทำให้ได้รับพิษเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลแล้วหลายราย

อาการของพิษ พิษของแมงป่องมีทั้งแบบที่เป็นเอนไซม์ เช่น phospholipase A2, phosphoesterases, hyaluronidase มีผลในการทำในการทำลายเนื้อเยื่อ พิษแบบ neurotoxin มีฤทธิ์ต่อระบบประสาททำให้รู้สึกปวดชาในบริเวณที่ถูกต่อย แต่อาจมีอาการปวดมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของพิษ โดยมีอาการโดยทั่วไป แบ่งตามระดับความรุนแรง ดังนี้ 1. เกิดแผล บวมพองหรือเป็นตุ่มแดงบริเวณที่ถูกต่อย พร้อมกับอาการคัน ปวดตามมาหลังการต่อยครึ่งถึง1 ชั่วโมง 2. บางชนิดมีพิษที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดอาการปวดแสบไปทั่วอวัยวะข้าง เคียงบริเวณจุดที่ต่อย ร่วมด้วยมีชีพจรเต้นเร็ว และความดันโลหิตสูงขึ้น 3. มีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น กระกระตุก การชา เป็นต้น 4. ในส่วนของพิษแมงป่องชนิดร้ายแรงจะมีลักษณะแผลที่ถูกต่อยเหมือนข้างต้น ตามมาด้วยระบบการทำงานของร่างกายมีความผิดปกติ อาจมีอาการชัก และเสียชีวิตตามมาหากรักษาไม่ทัน เช่น ในสายพันธุ์ Centruroides exilicauda ในสหรัฐอเมริกา

การรักษาเบื้องต้น – สำหรับผู้ป่วยที่ถูกต่อยด้วยพิษในระดับ 1 และ2 จะสามารถหายเองในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่มักมีอาการปวดที่ต้องรักษา โดยการใช้น้ำแข็งประคบ การกินยาแก้ปวด โดยหลีกเลี่ยงยาชนิด morphinederivatives ที่มีผลกดระบบประสาทส่วนกลาง

– สำหรับผู้ที่ได้รับพิษรุนแรงในระดับ 3-4 ซึ่งจะมีอาการอย่างเห็นได้ชัดใน 5-6 ชั่วโมงหลังถูกต่อย โดยให้ทำการประถมพยาบาลที่แผลโดยทั่วไป และให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

– ในบางท้องที่มีการใช้สมุนไพรเพื่อระงับอาการปวดได้ด้วย อาทิภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้น้ำมะนาวทาแผลเพื่อลดอาการปวด การใช้ใบมะละกอขยี้ทาประคบแผล รวมถึงการใช้รางจืดบดขี้หรือตำผสมน้ำประคบรอยแผล ซึ่งพบว่ามีผู้ได้รับพิษที่ใช้สมุนไพรดังกล่าวมีอาการปวดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด


วิธีถอนพิษแมงป่องต่อย




 คำอธิบายภาพ : 5-Most-Dangerous-Scorpions-in-the-World-05

หากโดนแมงป่องต่อย บางคนจะแพ้พิษอย่างรุนแรงจะปวดมาก ไข้ขึ้นเลย แผลบวมอักเสบ นอนซมเลยทีเดียว มีวิธีถอนพิษแบบง่ายๆโดยของใช้ในครัวเรือน คือ

น้ำมะนาว กับ ผงชูรส มาผสมคนให้เข้ากันแล้ว นำสำลีมาชุบน้ำนำไปแปะบริเวณแผลที่ถูกแมงป่องต่อย

จะรู้สึกว่าตัวยาดูดพิษบริเวณถูกต่อยตุ๊บๆอย่างชัดเจน ทิ้งไว้สัก 10 นาที อาการปวดและแพ้พิษ จะหายได้อย่างเหลือเชื่อ







ลิงก์ผู้สนับสนุน

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

« 9984
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง